ประวัติ บุคคลดัง พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ)
พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ)
ชื่อจริง : พระเทพวิทยาคม
ชื่อในวงการ : พระเทพวิทยาคม
ชื่อเล่น :
ส่วนสูง :
น้ำหนัก :
เกิดวันที่ : 4 ตุลาคม 2466
ข่าวที่เกี่ยวข้อง [ พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) ]

ด่วน! ‘หลวงพ่อคูณ’ หยุดหายใจนาน 10 นาที แพทย์เร่งช่วยชีวิต
ด่วน! ‘หลวงพ่อคูณ’ หยุดหายใจนาน 10 นาที แพทย์เร่งช่วยชีวิต

หลวงพ่อคูณ อาการทรุดหนัก หยุดหายใจนานกว่า 10 นาที แพทย์เร่งปั๊มหัวใจก่อนนำส่งรพ.มหาราชนครราชสีมา วันนี้ (15 พ.ค. 58) เวลาประมาณ 08.00 น. ทีมแพทย์พยาบาล รพ.มหาราชนครราชสีมา......

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มรณภาพแล้ว
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มรณภาพแล้ว

(12.18 น. ) ผอ.รพ.มหาราชโคราชแถลงด่วน! หลวงพ่อคูณ ละสังขาร จากอาการอาพาธแล้ว เมื่อ เวลาประมาณ 11:45 น. ด้วยวัย 92 ปี เบื้องต้นเตรียมนำร่างไปเก็บไว้ให้นักศึกษาแพทย์ศึกษา หลังท่านได้บริจาคไว้...

ในหลวงพระราชทานโกศโถบรรจุศพหลวงพ่อคูณ
ในหลวงพระราชทานโกศโถบรรจุศพหลวงพ่อคูณ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถในการบรรจุศพ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นกรณีพิเศษ และพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ในวันที่ 17 พ.ค. เวลา 16.00 น....

  ประวัติพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ)  

หลวงพ่อคูณ เกิดที่บ้านไร่ หมู่6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งท่านเกิดในครอบครัวชาวไร่ชาวนา บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง โดยมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน 1.พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ) 2.นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ และ 3.นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

ทางด้านการศึกษา สมัยที่ท่านยังอายุ 6-7 ขวบ ท่านได้เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี โดยศึกษาทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ท่านยังได้ศึกษาคาถาอาคมตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพื่อไว้ป้องกันอันตรายต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ มารดาของหลวงพ่อคูณยังเล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3 นางได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้านของนางและกล่าวว่า “เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งยังสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ เราขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป” และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วใสสะอาดสุกว่างให้แก่นางด้วย “ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดีต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง”

ทางด้านอุปสมบท หลวงพ่อคูณได้เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 และได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ หลังจากนั้นท่านก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หลวงพ่อคูณได้อยู่ปรนนิบัติหลวงพ่อแดงอยู่นาน หลวงพ่อแดงจึงได้พาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้ เป็นเพื่อนกัน จนกระทั่งหลวงพ่อท่านเห็นว่าลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป…

หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศกัมพูชาสู่ประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทาง พระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ. 2496 นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่ด้วย

 

คำสอนของหลวงพ่อคูณ

10 คำคม”กูให้มึง”
ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้
กูให้พวกมึงรู้จักพอเพียง
กูทำดีเขาจึงให้ของดีกูมา
กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภยศสรรเสริญ
กูดีใจที่เกิดมาเป็นคนจนเพราะได้สร้างทานบารมี ถ้ากูเกิดมาเป็นคนรวยป่านนี้ คำว่า บุญก็ไม่รู้จักกัน
เงินเป็นทาสกู กูไม่ยอมเป็นทาสเงิน
การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยาก…ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์จริง
กูจะทำให้ชาวบ้าน เพื่อตอบแทนข้าวน้ำ ที่เขาให้กูกินทุกวัน
เกิดมาแล้ว…รักความสงบ ให้มีศีลธรรมไว้ประจำใจทุก ๆ คน โลกจะได้อยู่ชุ่มกินเย็น…
พระไม่ได้อยู่กับคนชั่ว แต่อยู่กับคนดี ให้นึกว่าพระมากับเราจะทำชั่วไม่ได้ อย่าทำตัวผิดศีลธรรม ผิดจารีตประเพณี โดยเฉพาะการทำผิดกฎหมายบ้านเมืองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท”

 

ขอบคุณที่มา : th.wikipedia

TOP